5 เทคนิคยกกระชับใบหน้า ปรับกรอบหน้าคมชัด ไม่ต้องผ่าตัด 

หากส่องกระจกแล้วรู้สึกว่กรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนเดิม? หรือรู้สึกว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อยจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ปัญหาเหล่านี้คือ สัญญาณของวัย ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ข่าวดีก็คือในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อดึงหน้าเสมอไป 

ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ทำให้ การยกกระชับใบหน้า และ ปรับกรอบหน้า ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และคมชัดอีกครั้ง สามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ รัสมิ์ภูมิ คลินิก จะพาไปดู 5 เทคนิคยอดนิยมที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งเป็นคำตอบสำหรับคนที่ต้องการคืนความกระชับให้กับผิวอย่างตรงจุด 

ทำไมผิวถึงหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจน? 

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินน้อยลง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใต้ชั้นผิว เช่น การยุบตัวของกระดูก การฝ่อของไขมัน และการยืดของเส้นเอ็นพยุงผิว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ผิวขาดความแน่นกระชับและหย่อนคล้อยลงมา ทำให้กรอบหน้าดูไม่คมชัดเหมือนเคยนั่นเอง 

รวม 5 เทคนิคยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด 

แต่ละเทคนิคมีจุดเด่นและกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

เทคนิคที่ 1 Ulthera SPT – ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS แม่นยำ ตรงจุด 

Ulthera SPT คืออะไร เป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (MFU-V) ที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า จุดเด่นของ Ulthera SPT คือมีหน้าจอที่สามารถมองเห็นชั้นผิวจริงได้แบบ Real-Time ทำให้แพทย์สามารถยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และปลอดภัยสูงสุด 

  • หลักการทำงาน พลังงานคลื่นเสียงจะเปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็ก ๆ กระตุ้นให้ชั้น SMAS หดตัว เกิดการ ยกกระชับใบหน้าได้ทันที และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นและเฟิร์มขึ้น 
  • เหมาะกับใคร ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมาก ต้องการปรับกรอบหน้า ให้คมชัด ยกคิ้ว ลดปัญหาหนังตาตก และแก้ปัญหาเหนียง 

เทคนิคที่ 2 Filler Lifting – การใช้ฟิลเลอร์เพื่อพยุงโครงสร้างผิว 

Filler Lifting คืออะไร เป็นเทคนิคขั้นสูงในการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่เป็นจุดยึดของเส้นเอ็นบนใบหน้า เพื่อทดแทนกระดูกหรือไขมันที่ยุบตัวไปตามวัย เปรียบเสมือนการสร้างเสาเข็มขึ้นมาใหม่ เพื่อพยุงโครงสร้างผิวทั้งหมด 

  • หลักการทำงาน เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในจุดที่ถูกต้อง จะช่วยดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับเข้าที่ ทำให้กรอบหน้าดูยกกระชับขึ้น ริ้วรอยร่องลึกตื้นขึ้น และใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ 
  • เหมาะกับใคร ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ ขมับตอบ หรือใบหน้าดูโทรมจากการยุบตัวของโครงสร้างใต้ผิว ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นผลได้ทันที 

เทคนิคที่ 3 Thermage FLX – ฟื้นฟูคอลลาเจน เพิ่มคุณภาพผิวแน่นฟู 

Thermage FLX คืออะไร เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปใต้ผิวในลักษณะเป็นก้อนพลังงานขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างและลึกถึงชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง 

  • หลักการทำงาน พลังงานความร้อน จะช่วยกระตุ้นการจัดเรียงตัว และการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างมหาศาล ทำให้ผิวแน่นขึ้น ฟูขึ้น รูขุมขนกระชับ และยังช่วยสลายไขมันส่วนเกิน บริเวณแก้มหรือเหนียงได้อีกด้วย 
  • เหมาะกับใคร ผู้ที่มีปัญหาผิวหลวม ไม่กระชับ มีไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูแน่นและสุขภาพดีขึ้น 

เทคนิคที่ 4 Biostimulator Lifting – กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองจากภายใน 

Biostimulator คืออะไร เป็นกลุ่มสารสังเคราะห์ที่ปลอดภัยต่อร่างกาย เช่น Sculptra (PLLA) หรือ Radiesse (CaHA) ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปใต้ผิวแล้ว จะไม่ได้ทำหน้าที่เติมเต็มโดยตรง แต่จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ในร่างกาย ให้ผลิตคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ 

  • หลักการทำงาน เป็นการฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวในระยะยาว ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ ผิวจะดูแน่นกระชับขึ้น อิ่มฟู และคุณภาพผิวดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน 
  • เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การ ยกกระชับใบหน้า ที่ยั่งยืนและดูเป็นธรรมชาติที่สุด ต้องการฟื้นฟูผิวที่บางและเสื่อมสภาพตามวัย 

เทคนิคที่ 5 Toxin Lifting – ใช้โบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าให้คมชัด 

Toxin Lifting คืออะไร เป็นเทคนิคการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เข้าไปที่กล้ามเนื้อส่วนคอ (Platysma) ที่ทำหน้าที่ดึงผิวลง และกล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ทำงานมากเกินไป 

  • หลักการทำงาน เมื่อกล้ามเนื้อที่ดึงผิวลงคลายตัว กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกผิวขึ้นจะทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูคมและยกกระชับขึ้น นอกจากนี้การลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ยังช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอีกด้วย 
  • เหมาะกับใคร ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด จากกล้ามเนื้อคอและกล้ามเนื้อกราม เหมาะกับการปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวคม 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับใบหน้า (FAQ) 

Q: ยกกระชับหน้าเจ็บไหม? 

A: ความเจ็บจะแตกต่างกันไปในแต่ละหัตถการ ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ และจะมีการใช้ยาชาหรือการประคบเย็นเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ 

Q: ต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า? 

A: ข้อดีของเทคนิคเหล่านี้คือ ส่วนใหญ่แทบไม่ต้องพักฟื้นเลย อาจมีรอยแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อยในบางกรณี แต่สามารถหายได้เองและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 

Q: ทำครั้งเดียวเห็นผลเลยไหม อยู่ได้นานแค่ไหน? 

A: หัตถการอย่างฟิลเลอร์จะเห็นผลทันที ส่วนกลุ่มเครื่องมือและ Biostimulator จะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือน และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกและการดูแลตัวเอง 

เลือกเทคนิคที่ใช่ ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก 

จะเห็นได้ว่าไม่มีเทคนิคใดที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว แต่ละวิธีต่างมีจุดเด่น ที่เหมาะสมกับปัญหาที่แตกต่างกัน หัวใจสำคัญที่สุดของการยกกระชับใบหน้า และปรับกรอบหน้า ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติ คือการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างแม่นยำ และการวางแผนการรักษา ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล 

ที่ รัสมิ์ภูมิ คลินิก เราเชี่ยวชาญด้าน “ศาสตร์แห่งการยกหน้าระดับฐานโครงสร้าง” และ “Personalized Facial Design” ทีมแพทย์ของเรา จะทำการประเมินปัญหาผิว และโครงสร้างใบหน้าของคุณอย่างละเอียด เพื่อออกแบบโปรแกรมการรักษาที่ผสมผสานเทคนิคต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ปลอดภัย และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวคุณเอง