







ริ้วรอยร่องลึกและความหย่อนคล้อย เป็นปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็สร้างความหนักใจให้ใครหลาย ๆ คน โดยในทางการแพทย์มีทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเหล่านี้ได้ นั่นก็คือ “โปรแกรม Ultraformer MPT” ที่สามารถช่วยยกกระชับผิวและลดริ้วรอยได้อย่างเห็นผล เจ็บน้อย และปลอดภัยสำหรับใครที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกและความหย่อนคล้อย แล้วกำลังมองหาตัวช่วยยกกระชับใบหน้าที่มีประสิทธิภาพ ราคาไม่สูงมากจนเกินไป โปรแกรม Ultraformer MPT นับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนร้ก็ว่าได้ แล้ว โปรแกรม Ultraformer MPT คืออะไร ราคาเท่าไหร่ มีหลักการทำงานอย่างไร ทำไมจึงช่วยยกกระชับผิวได้ เรามาดูรายละเอียดไปพร้อมกันเลย



เทคโนโลยี โปรแกรม Ultraformer MPT จะใช้วิธีการส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ลงไปใต้ผิวหนังในตําแหน่งความลึกตามที่ต้องการทําการรักษา โดยหลักการทํางานของเทคโนโลยีนี้จะแยกเป็น 2 แบบ คือ
เครื่องยกกระชับหน้าจะทําการส่งผ่านพลังงานคลื่นลงไปใต้ผิวหนังตั้งแต่ระดับความลึก 1.5 mm, 3.0mm และ 4.5 mm ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่เรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตา การยกหางตา การยกคิ้ว และสามารถที่จะเข้าถึงพื้นที่บริเวณเล็ก ๆ หรือจุดที่เป็นส่วนเว้าส่วนโค้งบนใบหน้าได้ จึงช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม พื้นที่มุมปาก สามารถสลายไขมันบริเวณแก้ม และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิวได้เป็นอย่างดี
การปล่อยพลังงานคลื่นออกไปนั้น จะทําให้เกิดการสะสมความร้อนระดับ 65-70 องศาเซลเซียสที่ใต้ชั้นผิว ทําให้ชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ที่เป็นชั้นผิวเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้าเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวหน้าและลําคอที่เคยหย่อนคล้อยมีความกระชับเรียบตึงขึ้น โดยแพทย์จะสามารถเลือกรูปแบบของการส่งผ่านพลังงานคลื่นได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของจุดที่ทํา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากที่สุด
เป็นการส่งผ่านพลังงานคลื่นลงไปใต้ผิวหนังอีกแบบหนึ่ง โดยจะปล่อยพลังงานความเข้มข้นสูงที่มากกว่าแบบ Micro Focused Ultrasound ถึง 8 เท่า สามารถลงไปใต้ผิวหนังตั้งแต่ระดับความลึก 6 mm, 9 mm และ 13 mm ซึ่งจะช่วยสลายไขมันในชั้นผิวที่อยู่ลึกลงไป สามารถช่วยลดขนาดของสัดส่วนในบริเวณที่ทำได้ ตอบโจทย์ในเรื่องของการยกกระชับและสลายไขมันบริเวณลำตัว รวมถึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย
การปล่อยพลังงานคลื่นแบบนี้ออกไป จะทําให้เกิดการสะสมความร้อนระดับ 65-70 องศาเซลเซียสที่ใต้ชั้นผิวเช่นกัน โดยหลักการส่งพลังงานคลื่นที่มีความเข้มข้นสูงเช่นนี้ แพทย์จะใช้สําหรับกรณีการสลายไขมันเพื่อการกระชับสัดส่วนเป็นหลัก และจะใช้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว รวมถึงการปรับผิวที่หย่อนคล้อยให้มีความยืดหยุ่นเรียบเนียนยิ่งขึ้น

ส่วนหนึ่งที่ทําให้ Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าที่มีความน่าสนใจก็คือ รูปแบบของการปล่อยพลังงานคลื่นหลากหลาย ทําให้แพทย์สามารถเลือกรูปแบบการปล่อยพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แต่ละรายได้ ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับมากขึ้น
โดยรูปแบบการปล่อยพลังงานของ โปรแกรม Ultraformer MPT จะมี 3 แบบ ดังนี้
โดยการปล่อยพลังงานคลื่น 1 Shot สามารถปล่อยได้ถึง 417 dots เลยทีเดียว ซึ่งการปล่อยพลังงานที่เร็วขึ้นเช่นนี้ จะทําให้ใช้เวลาในการทำเร็วกว่ารุ่นอื่น ๆ ถึง 2.5 เท่า และเจ็บน้อยลงกว่าแบบเดิม

โปรแกรม Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยีที่สามารถนํามาแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้หลายจุด โดยหลัก ๆ แล้ว จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นของ โปรแกรม Ultraformer MPT ทำให้แพทย์สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ลดเวลาการทำจากเทคโนโลยีแบบเดิมไปได้มากถึงราว ๆ 2.5 เท่า โดยเฉลี่ยแล้ว ระยะเวลาในการยกกระชับหน้าและลำคอก็จะอยู่ที่ 30-45 นาที โดยแต่ละจุดก็จะใช้เวลาในการทำแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าจุดที่มีปัญหานั้นอยู่ตรงไหนและมีปัญหามากน้อยเพียงใด
หลายคนอาจจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า เทคโนโลยียกกระชับหน้าที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 เทคโนโลยี ได้แก่ Ultraformer MPT, New Thermage FLX และ Ulthera SPT ซึ่งแต่ละแบบ แต่ละเทคโนโลยี จะมีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันไป นั่นจึงทำให้ผู้ที่สนใจในการยกกระชับผิวมักเลือกไม่ถูกว่าตนเองควรจะเลือกแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยด้วยเทคโนโลยีไหนดี
เพื่อให้คุณสามารถเลือกเทคโนโลยียกกระชับผิวที่เหมาะสมกับตนเองได้ง่าย ๆ Rassapoom Clinic จะพาไปเปรียบเทียบ 3 เทคโนโลยียกกระชับผิวยอดนิยม แต่ละตัวจะมีความน่าสนใจอย่างไร ไปดูกันเลย
เทคโนโลยี Ultraformer MPT จะมีจุดเด่นในเรื่องของการยกกระชับและสลายไขมัน พร้อมช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิวด้วย โดยจะใช้การส่งผ่านพลังงานคลื่นแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง โดยจะปล่อยพลังงานให้ลึกลงสู่ชั้นผิว SMAS เป็นชั้นผิวที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า โดยในระหว่างที่ปล่อยพลังงานเข้าสู่ชั้นผิว ผู้เข้ารับการทำหัตถการจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และหลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล
New Thermage FLX จะมีจุดเด่นในเรื่องของการยกกระชับผิว ลดริ้วรอยบนใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย และสลายไขมันเช่นกัน แต่จะใช้การส่งผ่านพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) แทน โดยเทคโนโลยีนี้จะปล่อยพลังงานแบบวงกว้าง ไม่เฉพาะเจาะจง โดยจะสามารถปล่อยพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ได้อย่างดีเยี่ยม จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันที่แก้ม เหนียงใต้คาง ใต้ตาหย่อน หรือมีถุงไขมันใต้ตามาก และหลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล
Ulthera SPT หรืออัลเทอร่า (Ulthera) จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ปัญหาคิ้วตก และหางตาตก โดยเทคโนโลยีนี้จะใช้การส่งผ่านพลังงานคลื่นชนิด MFU-V (Microfocus Ultrasound With Visualization) ซึ่งเป็นพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง
Ulthera SPT จะปล่อยพลังงานคลื่นลงสู่ชั้นผิว SMAS และแพทย์สามารถตรวจสอบปัญหาที่อยู่ใต้ชั้นผิวผ่านจอมอนิเตอร์แสดงผล ซึ่งสามารถจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับชั้นผิวได้แบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถแก้ปัญหาแต่ละจุดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว โดยหลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทั้ง 3 แบบล้วนเป็นเทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับหน้าเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของพลังงานคลื่นที่จะใช้ในการแก้ปัญหา และการโฟกัสกับบริเวณที่เป็นปัญหา ซึ่งก็จะมีข้อดีและความพิเศษที่แตกต่างกันไป ส่วนจะเลือกเทคโนโลยีใดในการแก้ปัญหาก็ต้องดูว่าปัญหาของคุณอยู่ตรงจุดไหน มีความซับซ้อนของปัญหาหรือไม่ จึงขอแนะนำว่าให้ลองปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีการใดก็จะดีที่สุด

การยกกระชับผิวและสลายไขมันด้วย Ultraformer MPT เป็นหัตถการที่ไม่ใช่การผ่าตัด เจ็บน้อย ปลอดภัย มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้น้อยมาก จึงไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ แต่เพื่อให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่น แนะนำให้เตรียมตัวก่อนทำ Ultraformer MPT ดังนี้
Ultraformer MPT เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้น้อยมาก แต่เพื่อให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวด้วย Ultraformer MPT มีประสิทธิภาพมากที่สุด แนะนำให้ดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer MPT ดังนี้
หลังจากที่ทำ Ultraformer MPT แล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ 20% โดยผิวหน้าจะดูยกกระชับมากขึ้น
หลังจากนั้นผิวบริเวณที่ทำจะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1-3 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-8 เดือน
แนะนำให้ทำ Ultraformer MPT ทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับผิว และทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากขึ้น
ในระหว่างที่ทำ Ultraformer MPT จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย โดยจะมีความรู้สึกอุ่นถึงร้อน อาจจะรู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดๆ บริเวณชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว แต่ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะก่อนที่จะทำหัตถการจะมีการแปะยาชาให้ก่อน ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บในระหว่างทำหัตถการได้
จำนวนช็อตที่เหมาะสมในการทำ Ultraformer MPT จะขึ้นอยู่สภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล และการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา แต่โดยหลัก ๆ แล้ว จำนวนช็อตในการทำ Ultraformer MPT ในแต่ละบริเวณ มีดังนี้
การยกกระชับผิวด้วย Ultraformer MPT ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 36,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้และรวมถึงโปรโมชันของคลินิก (อัปเดต เดือนกรกฎาคม 2567) สภาพผิวหน้าของแต่ละคน เป้าหมายในการรักษา และจำนวนช็อตที่ใช้ สำหรับท่านใดที่อยากทราบราคาค่าบริการที่ชัดเจน สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ที่ Rassapoom Clinic ทั้ง 4 สาขา (พระราม 2, รัตนาธิเบศร์, เลียบด่วน-รามอินทรา, สุขุมวิท 49)
แม้ว่า Ultraformer MPT จะเป็นเครื่องมือยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจาก เกาหลี (KFDA) และ อย.ไทย สามารถช่วยยกกระชับผิว สลายไขมัน และบำรุงผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใสในตัวเดียว แต่ก็ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการ เพราะถ้าทำกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ แล้วแพทย์เลือกใช้หัวยิง หรือปรับค่าพลังงานไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ทำการรักษา ก็อาจทำให้ไม่เห็นผล หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้










