






Oligio เทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับผิวตัวใหม่ล่าสุด นำเข้ามาจากประเทศเกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่กำลังมองหาตัวช่วยในการรีดรูปหน้าให้ดูเรียวกระชับฉบับหน้ายุง พร้อมสลายไขมันส่วนเกินตามหน้าแก้ม เหนียง อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย กระชับรูขุมขนได้ในเครื่องเดียวโดยไม่ต้องพึ่งยาชา ไม่เจ็บ ไม่เบิร์นผิว มอบความสบายผิวระหว่างทำ เหมาะสำหรับคนที่กลัวเจ็บ เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพความโดดเด่นที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่น ๆ อย่างไร? มาหาคำตอบกันค่ะ
โปรแกรม Oligio คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวโดยใช้เทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) แบบขั้วเดียวที่เจาะจงตำแหน่ง (Monopolar RF) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือปัญหาไขมันสะสมใต้ชั้นผิวลึก พร้อมปรับรูปหน้าให้ดูเรียวกระชับได้รูป อีกทั้งยังสามารถช่วยในเรื่องของริ้วรอยตื้น ๆ เพราะฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาแข็งแรง ด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว โปรแกรม oligio เป็นโปรแกรมที่ใช้คลื่น Monopolar RF ร่วมกับเทคโนโลยีเฉพาะอย่างเทคนิค Fast Moving ที่ได้มีการออกแบบมาเพื่อการส่งความร้อนเข้าสู่ผิวทั่วถึงทุกอณูได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของโปรแกรมนี้ที่ไม่เหมือนโปรแกรมอื่น ๆ ตามท้องตลาดความงาม โดยพลังงานที่ส่งเข้าไปใต้ชั้นผิวนั้น จะทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อนที่สามารถลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) จนทำให้มีการผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่ พร้อมปรับโครงสร้างผิวให้เป็นระเบียบและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวพลังงานก็ยังสามารถเข้าถึงชั้นอื่น ๆ ใต้ผิว มันจึงมีประสิทธิภาพทั้งในด้านการยกกระชับ ลดริ้วรอย และสลายไขมันในเครื่องเดียว


สำหรับใครที่ถามเข้ามาว่า Oligio ดีไหม? อย่างที่เราทราบกันไปแล้วว่า มันช่วยในเรื่องของการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า สลายไขมันส่วนเกิน พร้อมลดเลือนริ้วรอยและกระชับรูขุมขน เพื่อให้ผิวมีความเรียบเนียน แน่นและแข็งแรงขึ้น ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้จากกระบวนการทำงานภายในโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูง แต่นอกจากความโดดเด่นที่กล่าวไปแล้วนั้น ก็ยังมีความพิเศษอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ


[gravityform id=”1″ title=”false”]
ซึ่งนอกจากนี้ ก็ยังมีคำถามที่ว่าโปรแกรมนี้สามารถทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? โปรแกรมนี้สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ ได้เลยค่ะ เพื่อชะลอการเสื่อมสภาพของผิว เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราก็จะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้สภาพผิวนั้นเริ่มเสื่อมลง ซึ่งการทำโปรแกรม Oligio นี้ ก็เป็นวิธีที่จะช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ได้เรื่อย ๆ เลยค่ะ

เป็นโปรแกรมที่สามารถส่งพลังงานเข้าสู่ผิวอย่างล้ำลึกได้แทบทุกสัดส่วนบนใบหน้าเลย โดยส่วนใหญ่นิยมทำในบริเวณ
เนื่องจากเป็นโปรแกรมการยกกระชับที่ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ใต้ชั้นผิว ดังนั้น มันจึงมีข้อจำกัดหรือข้อควรระวังสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ดังต่อไปนี้ค่ะ
ทางที่ดีที่สุดควรเข้าไปปรึกษาแพทย์ก่อนเข้าใช้บริการ พร้อมกับแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ อย่างชัดเจนเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือประวัติการทำโปรแกรมความงามอื่น ๆ เช่น การทำศัลยกรรม การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ รวมไปถึงเครื่องมือยกกระชับเพื่อให้แพทย์ได้ประเมินความเหมาะสมในการรักษาค่ะ

ระหว่างที่ตัวเครื่องส่งพลังงานเข้าสู่ใต้ชั้นผิว จะทำให้รู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่ทำการรักษา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ็บมากจนทนไม่ได้ เนื่องจากโปรแกรมชนิดนี้ มีนวัตกรรมที่ช่วยตรวจวัดอุณหภูมิของผิวหนังแบบ Real Time เพื่อไม่ให้ผิวไหม้หรือแสบร้อน อีกทั้งยังมีนวัตกรรมระบบทำความเย็นที่จะช่วยบรรเทาความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวได้เป็นอย่างดี
มีหลายท่านที่กังวลเกี่ยวกับหลังทำโปรแกรม Oligio บวมกี่วัน หรือจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง สำหรับโปรแกรมนี้ อาจมีอาการแดงหรือมีสีผิวอมชมพูเกิดขึ้นเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยมันจะดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ
หลังใช้บริการจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทันทีประมาณ 20-30% เพราะพลังงานเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น และหลังจากนั้น มันจะค่อย ๆ เห็นผลได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อผ่านระยะเวลาไป 2-3 เดือนค่ะ
ในส่วนของจำนวนครั้งในการรักษา ต้องให้แพทย์เป็นคนประเมินให้แบบรายบุคคลอีกครั้ง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีก็สามารถกลับมาทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้ง ควรเว้นระยะห่าง 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ก่อน ค่อยมาทำซ้ำอีกรอบค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว หลังทำโปรแกรมยกกระชับ oligio จะสามารถคงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไว้ได้อย่างยาวนาน 6-12 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจมีระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การดูแลตัวเอง และการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
จริง ๆ แล้ว จำนวนช็อตจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียดแบบ Case by Case แต่โดยปกติแล้ว คนที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ก็จะแนะนำอยู่ที่ 300-600 Shot หรือสำหรับคนที่มีปัญหาในระดับปานกลาง ก็จะแนะนำอยู่ที่ 600-900 Shot สำหรับใครที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ แพทย์ก็จะแนะนำเป็น 900-1,200 Shot ค่ะ
สามารถทำร่วมกับหัตถการความงามอื่น ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ หรือกลุ่มงานฉีดอื่น ๆ แต่แนะนำว่าให้ทำโปรแกรมยกกระชับก่อนแล้วค่อยมาทำหัตถการกลุ่มฉีด เนื่องจากว่ากลุ่มงานฉีดจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความร้อน หรือหัตถการที่มีความร้อน ดังนั้นถ้าหากต้องการเข้ารับ 2 บริการ แนะนำให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนแล้วเว้นระยะห่าง 1-2 เดือน หรือระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนดค่ะ
ระหว่างที่ตัวเครื่องส่งพลังงานเข้าสู่ใต้ชั้นผิว จะทำให้รู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่ทำการรักษา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ็บมากจนทนไม่ได้ เนื่องจากโปรแกรมชนิดนี้ มีนวัตกรรมที่ช่วยตรวจวัดอุณหภูมิของผิวหนังแบบ Real Time เพื่อไม่ให้ผิวไหม้หรือแสบร้อน อีกทั้งยังมีนวัตกรรมระบบทำความเย็นที่จะช่วยบรรเทาความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวได้เป็นอย่างดี
มีหลายท่านที่กังวลเกี่ยวกับหลังทำโปรแกรม Oligio บวมกี่วัน หรือจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง สำหรับโปรแกรมนี้ อาจมีอาการแดงหรือมีสีผิวอมชมพูเกิดขึ้นเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยมันจะดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ
หลังใช้บริการจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทันทีประมาณ 20-30% เพราะพลังงานเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น และหลังจากนั้น มันจะค่อย ๆ เห็นผลได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อผ่านระยะเวลาไป 2-3 เดือนค่ะ
ในส่วนของจำนวนครั้งในการรักษา ต้องให้แพทย์เป็นคนประเมินให้แบบรายบุคคลอีกครั้ง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีก็สามารถกลับมาทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้ง ควรเว้นระยะห่าง 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ก่อน ค่อยมาทำซ้ำอีกรอบค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว หลังทำโปรแกรมยกกระชับ oligio จะสามารถคงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไว้ได้อย่างยาวนาน 6-12 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจมีระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การดูแลตัวเอง และการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
จริง ๆ แล้ว จำนวนช็อตจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียดแบบ Case by Case แต่โดยปกติแล้ว คนที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ก็จะแนะนำอยู่ที่ 300-600 Shot หรือสำหรับคนที่มีปัญหาในระดับปานกลาง ก็จะแนะนำอยู่ที่ 600-900 Shot สำหรับใครที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ แพทย์ก็จะแนะนำเป็น 900-1,200 Shot ค่ะ
สามารถทำร่วมกับหัตถการความงามอื่น ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ หรือกลุ่มงานฉีดอื่น ๆ แต่แนะนำว่าให้ทำโปรแกรมยกกระชับก่อนแล้วค่อยมาทำหัตถการกลุ่มฉีด เนื่องจากว่ากลุ่มงานฉีดจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความร้อน หรือหัตถการที่มีความร้อน ดังนั้นถ้าหากต้องการเข้ารับ 2 บริการ แนะนำให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนแล้วเว้นระยะห่าง 1-2 เดือน หรือระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนดค่ะ
ระหว่างที่ตัวเครื่องส่งพลังงานเข้าสู่ใต้ชั้นผิว จะทำให้รู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่ทำการรักษา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ็บมากจนทนไม่ได้ เนื่องจากโปรแกรมชนิดนี้ มีนวัตกรรมที่ช่วยตรวจวัดอุณหภูมิของผิวหนังแบบ Real Time เพื่อไม่ให้ผิวไหม้หรือแสบร้อน อีกทั้งยังมีนวัตกรรมระบบทำความเย็นที่จะช่วยบรรเทาความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวได้เป็นอย่างดี
มีหลายท่านที่กังวลเกี่ยวกับหลังทำโปรแกรม Oligio บวมกี่วัน หรือจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง สำหรับโปรแกรมนี้ อาจมีอาการแดงหรือมีสีผิวอมชมพูเกิดขึ้นเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยมันจะดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ
หลังใช้บริการจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทันทีประมาณ 20-30% เพราะพลังงานเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น และหลังจากนั้น มันจะค่อย ๆ เห็นผลได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อผ่านระยะเวลาไป 2-3 เดือนค่ะ
ในส่วนของจำนวนครั้งในการรักษา ต้องให้แพทย์เป็นคนประเมินให้แบบรายบุคคลอีกครั้ง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีก็สามารถกลับมาทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้ง ควรเว้นระยะห่าง 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ก่อน ค่อยมาทำซ้ำอีกรอบค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว หลังทำโปรแกรมยกกระชับ oligio จะสามารถคงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไว้ได้อย่างยาวนาน 6-12 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจมีระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การดูแลตัวเอง และการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
จริง ๆ แล้ว จำนวนช็อตจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียดแบบ Case by Case แต่โดยปกติแล้ว คนที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ก็จะแนะนำอยู่ที่ 300-600 Shot หรือสำหรับคนที่มีปัญหาในระดับปานกลาง ก็จะแนะนำอยู่ที่ 600-900 Shot สำหรับใครที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ แพทย์ก็จะแนะนำเป็น 900-1,200 Shot ค่ะ
สามารถทำร่วมกับหัตถการความงามอื่น ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ หรือกลุ่มงานฉีดอื่น ๆ แต่แนะนำว่าให้ทำโปรแกรมยกกระชับก่อนแล้วค่อยมาทำหัตถการกลุ่มฉีด เนื่องจากว่ากลุ่มงานฉีดจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความร้อน หรือหัตถการที่มีความร้อน ดังนั้นถ้าหากต้องการเข้ารับ 2 บริการ แนะนำให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนแล้วเว้นระยะห่าง 1-2 เดือน หรือระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนดค่ะ




